ฟุตซี่ปิดลบ 56.22 จุด วิตกยอดติดเชื้อเพิ่ม-ขยายล็อกดาวน์กระทบเศรษฐกิจ

หุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดลบ 56.22 จุด วิตกยอดติดเชื้อเพิ่ม-ขยายล็อกดาวน์กระทบเศรษฐกิจ

หุ้นลอนดอน

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (25 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังคงเพิ่มขึ้น และมีการขยายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,638.85 จุด ลดลง 56.22 จุด หรือ -0.84%

ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ โดยถูกกดดันจากรายงานข่าวที่ว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษกำลังพิจารณาที่จะคุมเข้มมาตรการกักตัวผู้เดินทางบริเวณชายแดนมากขึ้น เนื่องจากมีความเสี่ยงว่าวัคซีนที่มีอยู่จะไม่สามารถป้องกันไวรัสโควิด-19 ที่มีการกลายพันธุ์ได้

ทั้งนี้ ตลาดปรับตัวลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้ว เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับรายงานข่าวที่ว่า อังกฤษพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ 77 ราย และรมว.สาธารณสุขได้เรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดซึ่งจะเป็นการป้องกันล่วงหน้าที่ดีที่สุดจากไวรัสกลายพันธุ์

หุ้นกลุ่มเดินทางและกลุ่มพลังงานนำตลาดปรับตัวลง โดยหุ้น IAG เจ้าของสายการบินบริติช แอร์เวย์ ร่วง 7.65%, หุ้นเชลล์ ร่วง 2.75% และหุ้นบีพี ร่วง 3.09%  ufa

FTSE 100 : ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเทรดดัชนีตลาดหุ้นอังกฤษ

คุณรู้หรือไม่ว่า? ในปี 1984 มีการร่วมมือกันระหว่างหนังสือพิมพ์ Financial Times กับตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (ตลาดหุ้นอังกฤษ) เพื่อที่จะจัดสร้างดัชนีเพื่อบ่งชี้ ‘สภาวะการลงทุน’ ของประเทศอังกฤษ ความร่วมมือดังกล่าวทำให้เกิดเป็นบริษัทใหม่ คือ FTSE Group (Financial Times and Stock Exchange Group) จนสุดท้ายกลายเป็นผู้ให้บริการข้อมูลดัชนีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอังกฤษ โดยดัชนีที่ใช้อธิบายสภาวะการลงทุนและอ้างอิงกับผลตอบแทนของตลาดหุ้นอังกฤษดังกล่าวนั้น มีชื่อว่า FTSE 100 Index

FTSE 100 Index : ดัชนีหุ้นอังกฤษ

FTSE 100 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Footsie เป็นดัชนีตลาดหุ้นที่คำนวณจากหุ้นของบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 100 อันดับแรกตามมูลค่าตลาดในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSE) ดัชนีดังกล่าวอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ FTSE Group โดยจะอัปเดตราคาทุกๆ 15 วินาที ไปตลอดชั่วโมงการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ซึ่งเปิดตั้งแต่ 8.00 น. – 16.30 น. ตามเวลาประเทศอังกฤษ

ดัชนี FTSE 100 จะมีความคล้ายคลึงกับดัชนีในตลาดหุ้นอเมริกา เช่น S&P 500, Dow Jones 30 ซึ่งจะคำนวณราคาของดัชนีจากมูลค่าตลาดของบริษัทที่นำมาเป็นส่วนประกอบในดัชนี

  • เมื่อใดที่ดัชนีเพิ่มสูงขึ้น ย่อมหมายถึง มูลค่าโดยรวมของบริษัทในดัชนีเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่จำเป็นที่ทุกบริษัทในดัชนีจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
  • เมื่อใดที่ดัชนีลดต่ำลง ย่อมหมายถึง มูลค่าโดยรวมของบริษัทในดัชนีลดถอยลงเช่นกัน แต่ก็ไม่จำเป็นที่ทุกบริษัทในดัชนีจะมีมูลค่าลดลงเช่นกัน

การที่เราสามารถเช็คดูกราฟราคาได้อย่างสะดวกสบาย ถือเป็นก้าวแรกที่ดีในการเริ่มต้นเทรดดัชนี โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ในการดาวน์โหลดแฟลตฟอร์มการเทรดไปใชฟรีๆ จาก Admiral Markets ซึ่งทำให้คุณสามารถเปิดดูกราฟ FTSE100 และเริ่มต้นการเทรดบนเส้นทางของคุณเอง

วิธีการใช้โปรแกรมดูกราฟตลาดหุ้นอังกฤษ FTSE 100 Index

สำหรับเทรดเดอร์และนักลงทุนหลายๆ คน ที่ต้องการมองเห็นภาพรวมของตลาดหุ้นอังกฤษ FTSE 100 ได้แบบเร็วๆ จะเห็นว่า การเข้าไปพิจารณาราคาหุ้นของแต่ละ 100 บริษัท เป็นเรื่องยุ่งยากมาก ดังนั้น เทรดเดอร์และนักลงทุนหลายคนจึงเลือกวิธีที่เรียบง่าย นั่นคือการดูกราฟดัชนี FTSE100 แทน ซึ่งมันถูกคำนวณจากราคาหุ้นของทุกบริษัทที่อยู่ใน 100 อันดับในดัชนี

คุณสามารถกราฟราคานี้ได้อย่างง่ายดายโดยการดาวน์โหลด แพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่ให้บริการโดย Admiral Markets จากประเทศอังกฤษ โดยหลังจากที่คุณดาวน์โหลดเสร็จแล้ว คุณจะสามารถดูกราฟราคาย้อนหลังได้ และสามารถเลือกเทรดบนสินทรัพย์ที่หลากหลายประเภทได้ การดาวน์โหลดแพลตฟอร์มที่จะยิ่งประโยชน์อย่างมากในบทถัดไป ที่เราจะค่อยๆ เดินหน้าไปทีละขั้นตอนสำหรับวิธีการเทรดดัชนี FTSE100 รวมถึงหุ้นของบริษัทอื่นๆ ที่ถูกคำนวณไว้ในดัชนี

ปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นอังกฤษและ UK FTSE 100 Index

มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาด FTSE100 แต่ปัจจัยหลักที่สำคัญ 2 อย่างได้แก่ เศรษฐกิจและการเมือง

โดยหากอยู่ในช่วงเวลาเศรษฐกิจกำลังเติบโต ตลาดหุ้นมักจะเคลื่อนไหวสอดรับไปในทิศทางที่สูงขึ้น เหตุผลก็คือ สภาพแวดล้อมดังกล่าวจะทำให้มีการจ้างงานที่มากขึ้น เกิดการใช้จ่ายของผู้บริโภคมากขึ้น และบริษัทก็มีกำไรมากยิ่งขึ้น

ถ้าบริษัทเริ่มมีกำไร นักลงทุนก็มักจะซื้อหุ้นในบริษัทเหล่านั้น ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ตลาดหุ้นโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น

ดังนั้น นักลงทุนให้ความสำคัญกับข้อมูลทางเศรษฐกิจ เช่น

  • รายงานตัวเลขเงินเฟ้อ
  • ตัวเลขการจ้างงาน
  • นโยบายของธนาคารกลางเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
  • ยอดค้าปลีกและตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภค
  • การเคลื่อนไหวของสกุลเงิน และปัจจัยอื่นๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *